Full-screen Thai Airways safety demonstration video

6.5.52

10 เคล็ด (ไม่) ลับ เมื่อเลือกเดินทางโดยเครื่องบิน

หลายท่านที่เดินทางบ่อยๆ เป็นประจำ อาจมองข้ามจุดเล็กๆ น้อยๆ ในการปฏิบัติตัวบนเครื่องบินไป เนื่องจากความเคยชินและคิดว่าไม่น่าจะเป็นอันตรายอะไร สิ่งเล็ก ๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่คุณมองข้ามไป มีอยู่หลายอย่าง ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง เรื่องเล็กน้อยที่เหมือนเส้นผมบังภูเขานั้น อาจจะทำให้เกิดผลกระทบที่คุณคาดไม่ถึงได้ และเพื่อให้เที่ยวบินของคุณราบรื่นและสุขสนุก ตลอดการเดินทาง ลองอ่านและปฏิบัติตามกับเคล็ด (ไม่) ลับ 10 ประการต่อไปนี้ดู ซึ่งไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยครับ

1. เลือกเส้นทางบินแบบเทคเดียวจบจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินนั้น ช่วงที่ถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ ตอนขณะเครื่องขึ้น (takeoff) , เครื่องไต่ระดับ (climb), เครื่องลดระดับ (descent) และช่วงนำเครื่องลง (landing) ฉะนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในโดยสารเครื่องบิน หากเป็นไปได้ ให้เลือกเดินทางในเส้นทางบินที่ non-stop น่าจะดีกว่า นอกจากนี้ยังประหยัดเวลาและไม่เหนื่อยล้า สำหรับการเดินทางของคุณด้วย

2. เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ดีกว่าทราบมาว่า เครื่องบินที่มีที่นั่งมากกว่า 30 ที่ขึ้นไป จำเป็นที่จะต้องผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนดของการบินสากล ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เคร่งครัด สำหรับการออกแบบเครื่องบินที่ปลอดภัยและมีการทดสอบก่อนบินจริง ดังนั้นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่า ย่อมหมายถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะที่ดีกว่าเครื่องบินขนาดเล็ก โอกาสที่จะเกิดปัญหาทางเทคนิคก็น้อยลงนั่นเอง ของแบบนี้ คุณควบคุมไม่ได้ ใช่ไหมครับ?

3. ใส่ใจกับการสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ และวิธีการเพื่อความปลอดภัยคงจะมีบ้าง ที่คุณคิดว่า ผม/ดิฉัน เดินทางเป็นประจำ รู้อะไรต่างๆ ดี จึงเพิกเฉยกับการสาธิตต่างๆ จากพนักงานต้อนรับบน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แต่ละเที่ยวบินของคุณนั้น คุณอาจจะถูกจัดที่นั่งในที่ที่ต่างไปจากเที่ยวบินก่อนๆ หรือรุ่นของเครื่องบินที่คุณกำลังเดินทางต่างแบบกัน หรือเป็นสายการบินที่ไม่เคยใช้บริการมาก่อน ฉะนั้นทางออกฉุกเฉิน รวมถึงอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก็ต้องแตกต่างไปจากที่คุณเคยเห็นแน่นอน สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมสักนิด สละเวลานั่งอ่านหนังสือพิมพ์เฉยๆ ซักไม่กี่นาที เพี่อชมการสาธิต และศึกษาคู่มือความปลอดภัย (Safety Card) ในกระเป๋าหน้าที่นั่งของท่านสักหน่อย อาจจะช่วยชีวิตคุณได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดนะครับ

4. การเก็บกระเป๋าสัมภาระส่วนตัวยิ่งเดินทางไกล หรือเดินทางไปนานๆ กระเป๋าของคุณก็มีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย สายการบินส่วนใหญ่ จะกำหนดน้ำหนักสัมภาระสำหรับหิ้วขึ้นเครื่องของผู้โดยสารเอาไว้ คุณควรจะปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของคุณเอง การมีสัมภาระที่หนักอึ้งเหมือนภาระชีวิตใครบางคน เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่องเก็บของเหนือศีรษะนั้น สายการบินมีการจำกัดน้ำหนักเอาไว้ แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถชั่งน้ำหนักในเครื่องก่อนเก็บไว้ได้ หากเกิดสภาพอากาศแปรปรวน (turbulence) ที่รุนแรง ช่องเก็บของอาจจะรับน้ำหนักจากการกระแทกของกระเป๋าหนักๆ ไว้ไม่ไหว ทีนี้หล่ะ หัวใครหัวมันครับ นอกจากนี้บางคนยังวางเก็บกระเป๋าไว้ใต้ขา เพื่อเอาไว้รองขาเวลานอนนั้น จริงๆ แล้วอันตรายครับ หากเกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงมากๆ กระเป๋าอาจจะลอยขึ้นแล้วตกลงมา ทำให้ผู้คนบาดเจ็บได้ จึงขอแนะนำให้นำแต่สัมภาระที่จำเป็น เก็บสัมภาระที่ไม่จำเป็นหรือหนักเกินไป โหลดเข้าเก็บในกระเป๋าใหญ่ ส่งไปใต้เครื่องดีกว่าครับ

5. รัดเข็มขัดนิรภัย ปลอดภัยที่สุดนอกจากจำเป็นต้องรัดเข็มขัดนิรภัยขณะเครื่องขึ้นและลงแล้วนั้น ระหว่างการเดินทาง ควรรัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งขณะนั่ง ถึงแม้มันอาจจะอึดอัดและไม่สบายตัว แต่การปฏิบัติเช่นนี้เป็นการป้องกันตัวคุณเองจากการตกหลุมอากาศแบบกระทันหัน ซึ่งบางครั้ง เป็นไปได้ที่นักบินไม่สามารถทราบได้จากหน้าจอเรดาห์

6. รับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำจากลูกเรือนอกเหนือจากหน้าที่ที่พนักงานต้อนรับ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าแอร์กับสจ๊วต จะดูแลและบริการคุณระหว่างการเดินทางแล้วนั้น การดูแลเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร ก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของพวกเขาด้วย ดังนั้นหากคุณได้รับการร้องขอหรือแจ้งให้ปฏิบัติ ก็ทำตามคำแนะนำและคำขอจากพวกเขาด้วย เช่นให้รัดเข็มขัดนิรภัย, เก็บสัมภาระไว้ในช่องเก็บของเหนือศีรษะ, ปรับพนักพิงหลังให้ตรง ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้ ล้วนเพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้โดยสารคนอื่นๆ ทั้งสิ้น

7. ของร้อนโปรดระวังระหว่างเที่ยวบินของคุณ แน่นอนที่สุด ที่พนักงานต้อนรับจะต้องให้บริการท่านด้วยชาและกาแฟร้อน หรือแม้แต่น้ำร้อนๆ ที่ผู้โดยสารขอ ดังนั้นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการถูกน้ำร้อนลวก บางสายการบิน พนักงานจะมีถาดไว้ให้คุณวางถ้วยกาแฟ กรุณารอจนพนักงานรินให้คุณเสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วคุณจึงหยิบถ้วยกาแฟด้วยความระมัดระวัง หรือบางสายการบินไม่มีถาด แต่จะรินลงแก้วให้คุณโดยตรง อันนี้ต้องระวังครับ ควรรอให้พนักงานรินเสร็จเสียก่อน จึงค่อยดึงแก้วกลับมา มิเช่นนั้น กาแฟร้อนๆ อาจจะรดลวกตักคุณกลางอากาศได้ และบนเครื่องเอง ก็ไม่ใช่โรงพยาบาลเคลื่อนที่ด้วยซิ

8. ดื่มพอเป็นพิธีเนื่องจากระหว่างการเดินทาง เครื่องบินนั้นต้องบินอยู่ในระดับความสูงที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ภายในห้องโดยสารจึงต้องมีการปรับความดันให้คนเราสามารถอาศัยได้อย่างสบาย แม้จะมีการปรับสภาพแล้วก็ตาม ภายในห้องโดยสารก็ยังเปรียบได้กับสภาพบนภูเขาสูง อากาศจะเบาบางกว่าระดับน้ำทะเล ซึ่งการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั้น เป็นผลทำให้คุณเมาเร็วกว่าปกติ และเสี่ยงต่อการจับตัวเป็นก้อนของเลือดในเส้นเลือดของคุณ นำไปสู่อาการของโรคชั้นประหยัด (Economy Class Syndrome) ฉะนั้นจึงควรดื่มของมึนเมาแต่พอประมาณ และดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ Note : คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพระหว่างเที่ยวบิน ได้ที่นี่ครับ

9. เขตปลอดวัตถุอันตรายมีวัตถุหลายรายการที่เป็นสิ่งต้องห้ามบนเครื่องบิน เป็นการดีที่คุณจะศึกษาข้อมูลเหล่านี้ ก่อนเดินทาง ปกติแล้วคุณสามารถหาอ่านได้ ในตั๋วเดินทางของคุณ วัตถุที่ต้องห้ามต่างๆ เช่น แก๊สพิษ น้ำมันก๊าซ วัตถุไวไฟ สารทำละลาย เป็นต้น ทั้งนี้มีบางรายการที่ได้รับการยกเว้น หรือนำติดตัวไปได้ในจำนวนจำกัด

10. หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดฟัน เช่น จำเป็นต้องออกจากเครื่องโดยเร็ว หรือลี้ภัยฉุกเฉิน (evacuation)คุณต้องปฏิบัติตามคำสั่งของลูกเรือโดยเคร่งครัด เพราะลูกเรือเหล่านั้น ได้รับการฝึกมาให้รับมือ กับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว ดังนั้นคุณจึงควรควบคุมสติให้ดี แล้วพยายามหาทางออกที่ใกล้ตัวที่สุด และออกจากเครื่องบินให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ และเมื่อออกจากเครื่องไปแล้ว ให้หนีห่างออกจากเครื่องบินให้ไกลที่สุด วิธีเหล่านี้ คุณได้ศึกษามาแล้วจากการชมการสาธิตของลูกเรือ และจากเอกสารคู่มือความปลอดภัยในกระเป๋าหน้าที่นั่งนั่นเอง

อย่าคิดว่าการที่จะพูดถึงหรือใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้จะเป็นลางไม่ดี และหลายคนบอกว่า "เรื่องอย่างนี้ใครๆ ก็รู้ " แต่จะมีสักกี่คนที่จะปฏิบัติตาม การที่จะทำตามหรือไม่ ก็แล้วแต่หล่ะครับ หากคุณคิดว่า 10 ประการข้างต้น ไม่ได้หนักหนาเกินไปที่จะใส่ใจกับมัน คุณก็จะมีความสุขแม้กระทั้งเข้าห้องน้ำบนเครื่องแหละครับ!!

credit from: www.tourlok.com/Traveltip/10tipsonboard.html

28.11.51

ประวัติท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ หรือ สนามบินสุวรรณภูมิ (ชื่อเดิม: สนามบินหนองงูเห่า) เป็นสนามบินตั้งอยู่ที่ ถนนบางนา-ตราด ในตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เปิดใช้งานวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยใช้งานแทนท่าอากาศยานดอนเมือง นโยบายรัฐบาลได้กำหนดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ และจะเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
จากข้อมูลการจัดอันดับล่าสุดของเว็บไซต์ "สมาร์ตทราเวลดอตคอม" ที่มีการสำรวจความเห็นของผู้เดินทางทั่วโลกเปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของไทยนั้นได้รับการจัดอันดับให้เป็นท่าอากาศยานยอดเยี่ยมอันดับที่ 4 ของโลก รองจากท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงี และท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย

ชื่อสนามบิน
ชื่อของสนามบินสุวรรณภูมิ มีความหมายว่า "แผ่นดินทอง" เป็นชื่อพระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2543 และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2545
ชื่อสากลของสนามบินสะกดตามการถ่ายตัวสะกดภาษาสันสกฤต ว่า "Suvarnabhumi" แทนการเขียนทับศัพท์ตามระบบราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งสะกดว่า "Suwannaphum"

มหัศจรรย์เลข 9
นอกเหนือกิจกรรมที่จัดขึ้น โดยการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 เดือน 9 (กันยายน 2549) ซึ่งมีการวิ่งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยมีนักวิ่งจากภูมิภาคต่างๆ (จำนวนที่ลงทะเบียน 9,999 คน) แล้ว เป็นที่น่าสังเกตถึง มหัศจรรย์เลข 9 [6][7] ดังต่อไปนี้

อาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน มีระยะห่างระหว่างเสาแต่ละต้น 9 เมตร ซึ่งเสาหลัก (เสาไพลอนที่ค้ำซูเปอร์ทรัส) หรือคานหลักรั้น มี 2 ตัวต่อ 1 คาน รวมกันเป็น 1 ชุด
เสา 2 ตัวที่ค้ำคานนี้จะห่างกัน 81 เมตร (8+1=9)
ชุดเสาที่อยู่ทางทิศตะวันออกจะห่างจากชุดเสาทางด้านทิศตะวันตก 126 เมตร (1+2+6=9)
หลังคาผ้าใยสังเคราะห์ที่ติดตั้งกับอาคารเทียบเครื่องบินทั้งหมด 108 ช่วง (1+0+8=9)
สำหรับทางเลื่อนระนาบผิวเฉพาะในเทอร์มินอลมีทั้งหมด 95 ชุด มีความยาวตั้งแต่ 27 เมตร (2+7=9) และ 108 เมตร (1+0+8=9)
ความเร็วของทางเลื่อนในอาคารรวมทั้งทางเลื่อนลาดเอียง มีความเร็วนาทีละ 45 เมตร (4+5=9)

ความเป็นที่สุด
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น "ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ" และยังเป็นที่กล่าวขวัญถึง "ความเป็นที่สุด" ในหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้

หอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 132.2 เมตร พร้อมระบบการนำร่องอากาศยานที่ทันสมัย

โรงซ่อมเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดพื้นที่จอดเครื่องบินรวม 27,000 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาดยักษ์แอร์บัส 380 ได้พร้อมกัน 3 ลำ โรงซ่อมเป็นอาคารสูง 35 เมตร กว้าง 90 เมตร ยาว 270 เมตร โดยไม่มีเสากีดขวาง โครงหลังคาใช้วัสดุเหล็กที่มีลักษณะเป็นซูเปอร์สตรักเจอร์ที่ใช้คานเหล็ก มีน้ำหนักรวม 10,000 ตัน ใช้เงินลงทุนก่อสร้างกว่า 1,200 ล้านบาท

ล็อบบี้ของโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร มีห้องพักถึง 600 กว่าห้อง เป็นบริเวณล็อบบี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เป็นสนามบินที่ทำสถิติใช้ระยะเวลาการก่อสร้างยาวนานที่สุด ถึง 45 ปี

มีเรื่อง “ฉาวโฉ่เรื่องการทุจริต” มากที่สุด ตั้งแต่เริ่มคิดโครงการเมื่อ พ.ศ. 2503 เรื่อยมาจนการเริ่มการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร

เป็นอาคารผู้โดยสารเดี่ยว (มิใช่กลุ่มอาคาร) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในการก่อสร้างครั้งเดียว โดยมีพื้นที่ใช้สอยถึงประมาณ 563,000 ตร.ม ซึ่งต่อมาทางสนามบินนานาชาติฮ่องกงได้ต่อเติมอาคารผู้โดยสารที่ 1 ออกไป จนมีขนาด 570,000 ตร.ม. ใหญ่กว่าของสุวรรณภูมิ

สนามบินที่ใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุดในโลกภาย

ในอาคารเทียบเครื่องบิน ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยที่สุดในโลกระบบการบริหารจัดการท่าอากาศยานทุกกิจกรรม ที่ใช้ระบบไอทีติดอันดับโลก โดยถูกเชื่อมโยงด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัยที่เรียกว่า AIM (Airport Information Management System)

อัตราค่าธรรมเนียม หรือ landing fee ที่ต่ำที่สุด เทียบกับสนามบินทั้งหมดในแถบภูมิภาคเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก wikepedia.org

14.11.51

การจอง ตั๋วเครื่องบิน

วันนี้ขอมีสาระนิดนึงแระกานนะคะ ^_^ พอดีว่ามีเพื่อนทำงานเกี่ยวกับการขายตั๋วเครื่องบิน เค้าบอกว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยจาเข้าใจเรื่องการจองตั๋วกันซักเท่าไหร่ แซนวิส เลยอาสามาแพร่กระจายข้อมูลคะ รับรองว่าหาอ่านจากที่อื่นยากคะ เริ่มกันเลยนะคะ วิธีการจองตั๋วเครื่องบินก่อนจะทำการจองตั๋วเราต้องลองหาข้อมูลเบื้องต้นก่อนนะคะ โดยการลอง Search หาตามเวปที่ขายตั๋วเครื่องบินแล้วตรวจเช็คเปรียบเทียบราคาดู ต้องลองหาดูหลาย ๆ เวปนะคะ หรือไม่ก็ไปเปิดเวปของสายการบินที่เราจะเลือกเดินทาง (จองกะสายการบินโดยตรงแพงกว่าจองกะ Agency นะคะ เอ้...แต่เวปที่ตั๋วถูก ๆ แซนวิสก็ไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่นะคะ ของเพื่อนแพงคะไม่แนะนำ อิอิ.. มีอยู่เวปนึงคะ http://www.educatepark.com อันนี้ละเห็นเค้าบอกว่าเค้าถูกนะคะ ก็เคยใช้บริการครั้งนึงคะ ไปฮ่องกง ราคาก็รับได้นะคะ เพราะไม่ได้เช็คกะที่อื่น ^_^ แบบว่าตอนนั้นมันเต็มกันหมดไปช่วงเซลล์คะ) แต่ละเวปก็จะมีการให้โทรไปทำการจองโดยตรง หรือ กรอกข้อมูลทำการจองผ่านเวปเลย การจองผ่านเวป มันจะโชว์ราคาตั๋ว เวลาในการเดินทาง สถานที่ ที่ต้องต่อเครื่อง และ flight ให้ทราบ การจองผ่านเวป ก็จะมีขั้นตอนให้ปฏิบัติตามแล้วแต่ในเวปจะให้กรอก แต่ส่วนใหญ่ก็จะเหมือน ๆ กันลองดูรายละเอียดในขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินนะคะ หรือถ้าทำการจองโดยตรงก็ลองโทรไปสอบถามที่บริษัทขายตั๋วที่เราคิดว่าราคาไม่แพง หมายเลขโทรศัพท์ก็สามารถหาได้ในเวปที่เราดู หรือเราอาจซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้เลย แต่ถ้าต้องการซื้อตั๋วภายในประเทศของประเทศที่เราจะไป เช่น เราจะแวะไปเที่ยวที่อื่นอีกในประเทศนั้น การซื้อผ่านเวปแบบออนไลน์จะสะดวกที่สุด (บ้านแราก็จะมีเป็นพวกตั๋วภายในประเทศ ทำจองในเวปได้เลยคะ เช่น http://www.nokair.co.th, http://www.airasia.com ลองเข้าไปเดินเล่นกันดูนะคะ)การจ่ายตังค์ของการซื้อผ่านเวปแบบออนไลน์ ก็มีการจ่ายโดยบัตรเครดิต หรือ Paypal (คือธนาคารออนไลน์ ต้องสมัครใช้บริการของ Paypal ก่อน แล้วก็เอาบัตรเครดิต หรือเดบิดของเราไปผูกไว้กับ Paypal วิธีนี้จะดีสำหรับคนที่ไม่มีบัตรเครดิต แต่มีบัตรเดบิดหลักในการจาซื้อตั๋วให้ได้ราคาถูก

1.ถ้าซื้อตั๋วใน Low Season จะได้ตั๋วในราคาถูกกว่า High Season เพราะ High Season จะมีคนเดินทางเพื่อไปท่องเที๋ยวมาก จำนวนผู้ใช้บริการเครื่องบินก็จะมีมากตามไปด้วย ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงตามไปด้วย

2. การจองซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนล่วงหน้า จะทำให้ได้ราคาตั๋วในราคาประหยัด บางสายการบินจะมีช่วงโปรโมชันในบางช่วงของปี

3. การจองตั๋วแบบ ไป-กลับ จะมีราคาถุกกว่าจองแบบไปเที่ยวเดียว ดังนั้นควรวางแผนให้ดี

4. บางสายการบินราคาตั๋วจะแพงในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดสำคัญในวันเทศกาลต่าง ๆ เพราะจะมีนักท่องเที่ยวออกเดินทางท่องเที่ยวมาก ดังนั้น ควรเลือก เดินทางในวันธรรมดาจะทำให้ได้ราคาตั๋วที่ถูก

ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินเมื่อเราสรุปวันเวลาเดินทางและเลือกสายการบินหรือบริษัทขายตั๋วเครื่องบินที่จะใช้บริการได้แล้ว พอใจในราคาที่ตกลงกันแล้ว
1. ให้ส่งรายละเอียดเบื้องต้นให้กับบริษัทขายตั๋วเครื่องบินเพื่อทำการจอง (Booking) ตั๋วเครื่องบิน
1.1 ชื่อ-นามสกุล ที่ถูกต้องตามพาสปอร์ต หมายเลขพาสปอร์ต หรือใช้หน้า copy passport
1.2 รายละเอียดวันเวลาที่เราจะเดินทาง สายการบินที่ต้องการใช้บริการ
1.3 เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก, อีเมล์ หรือ เบอร์แฟกซ์ (เพื่อใช้สำหรับทางบริษัทขายตั๋วสามารถส่งข้อมูลการทำจองตั๋วให้เราได้)

2. เมื่อทางบริษัทขายตั๋วส่งข้อมูลการทำจองมาให้แล้ว ให้เราทำการตรวจเช็ครายละเอียดต่าง ๆ (ชื่อ-นามสกุล,วันเวลา สถานที่ ที่เดินทาง,สายการบิน,ราคา) ว่าถูกต้องหรือไม่

3. ทำการเช็ครายละเอียดทุกอย่างถูกต้องแล้ว ก็ทำการจ่ายเงินกันตามรูปแบบที่ได้ตกลงกันกับทางบริษัทขายตั๋ว

4. เมื่อเราทำการจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วทางบริษัทขายตั๋วเครื่องบินจะทำการออกตั๋วให้กับเรา ซึ่งลักษณะของตั๋วที่ได้อาจจะเป็น E-Ticket หรือ Paper Ticket (ตั๋วที่เป็นเล่ม)

5. รับตั๋วกันตามรูปแบบที่ตกลงกันกับทางบริษัท

6. ได้รับตั๋วจากทางบริษัทขายตั๋วแล้วให้ทำการตรวจเช็คตั๋วอีกครั้ง ชื่อ-นามสกุลและรายละเอียดการเดินทางเป็นอะไรที่สำคัญต้องเช็คอย่างละเอียดรอบคอบ*** 6.1 ในกรณีที่ตั๋วเป็น E-Ticket ให้ตรวจเช็ครายละเอียดตั๋วที่ทางบริษัทขายตั๋วเครื่องบินส่งมาให้เราว่ามีเลขที่ตั๋วของทางสายการบิน 13 หลักหรือไม่ถ้ายังไม่มีเลขที่ตั๋ว แสดงว่าตั๋วยังไม่ได้ทำการออก เราไม่สามารถเดินทางได้ (บางครั้งการดำเนินงานของบริษัทขายตั๋วเครื่องบินอาจมีการล่าช้า เนื่องจากมีผู้ใช้บริการมาก)

***ข้อควรระวัง การดำเนินการออกเลขที่ตั๋วไม่ควรนานเกิน 1 - 2 ชั่วโมง ถ้านานกว่านี้ ขอให้สันนิฐานไว้ก่อนได้เลยว่า คุณ โดน ต้ม ผัด แกง ทอด ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนทำการจองพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทขายตั๋วเครื่องที่เราจะทำการจองด้วยนะคะ และก็ตั๋วที่มีราคาถูกผิดปกติอันนี้ก็ต้องระวังนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ohana4u&month=03-2008&date=31&group=4&gblog=1

เจาะลึกเบื้องหลัง: การอัพเกรดตั๋วเครื่องบินเป็นชั้นเฟิร์สท์คลาส

สิ่งแรกที่ต้องถามตัวเอง คือ คุณอยากอัพเกรดจริงๆหรือ? คิดให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะเมื่อคุณได้ลองสัมผัสกับอะไรที่ดีๆ แล้ว บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องยากเอาการที่จะกลับไปหาชีวิตแบบเดิมๆ แต่หากคุณยืนยันอยากจะลองอัพเกรดแบบฟรีๆ ดูล่ะก็ นี่เป็นคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ จากเรา

1. แต่งตัวให้เรียบหรูดูเท่ เรารู้ดีว่าการใส่กางเกงผ้าแบบยางยืดและเสื้อแบบมีฮู้ดนั้นสบายแค่ไหนในการบินระยะไกล แต่ก็ต้องจำไว้ด้วยว่า สายการบินต้องการให้ผู้ที่นั่งในชั้นเฟิร์สท์คลาสดูเป็นผู้ดีมีระดับ ดังนั้น แต่งตัวให้ถูกกาละเทศะและเก็บกางเกงยีนส์กับเสื้อยืดแพ็คใส่กระเป๋าไว้

2. สอบถามข้อมูล ง่ายๆ ใช่ไหมล่ะครับ และส่วนมากแล้วคุณมักจะได้รับคำตอบว่า “ไม่ได้ค่ะ/ครับ” แต่ถ้าเกิดกรณีที่มีคนจองตั๋วเข้ามามากและที่นั่งก็เหลือแต่ชั้นเฟิร์สท์คลาส คุณคงอยากจะอยู่ในรายชื่อแรกๆ เมื่อพวกเขามองหาผู้โดยสารที่ต้องการย้ายที่นั่ง

3. ใช้ประโยชน์จากโอกาสพิเศษ หากวันนั้นตรงกับวันเกิด วันฮันนีมูน หรือวันครบรอบอะไรสักอย่างของคุณ อย่าลืมบอกกับพนักงานจองตั๋วโดยสาร บางทีคุณอาจมีโชคได้เจอกับตอนที่พวกเขากำลังอารมณ์ดีและพร้อมดำเนินการให้คุณ (แม้ว่าอารมณ์ดีจะเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากก็ตาม)

4. สมัครเป็นสมาชิกที่บินเป็นประจำกับสายการบิน ปกติแล้ว สามารถสมัครได้ฟรีและสายการบินก็จะมีรางวัลเป็นของตอบแทนให้แก่ลูกค้า

5. ยิ้มแย้มเข้าไว้ แล้วคุณจะทึ่งว่ารอยยิ้มช่วยได้มากแค่ไหน ยิ้มแย้มกับพนักงานทุกคนที่คุณได้คุยด้วยและพยายามทำความรู้จักไว้ (อย่าเดินตามหรือก่อความรำคาญให้พวกเขา แค่พูดคุยอย่างสุภาพ) หากคุณสร้างความประทับใจได้ พวกเขาจะนึกถึงคุณเมื่อเวลานั้นมาถึง

9.11.51

จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ง่ายๆ สะดวก

จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ จองอย่างไร ?
เพียงท่านเลือกจุดหมายปลายทาง วันเดินทาง จำนวนผู้โดยสาร และชั้นโดยสาร ท่านจะได้รายการทั้งหมด ทุกสายการบิน ทุกราคา ท่านสามารถเลือกทุกอย่างได้เองตามที่ท่านต้องการ หลังจากนั้นเลือกเวลาเดินทางที่ท่านต้องการ เมื่อเลือกทุกอย่างครบแล้ว ท่านจะได้แบบฟอร์มกรอกข้อมูลผู้โดยสาร และเลือกวิธีการจ่ายเงินพร้อมวิธีการรับตั๋ว เพียงท่านกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และคลิกยืนยันการเดินทาง ท่านก็จะได้รับหมายเลขตั๋วทันที พร้อมอีเมล์ยืนยันการจอง

ทำไมต้องจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์
-ค้นหาได้ด้วยตัวท่านเอง ทุกเวลาที่ท่านต้องการ รู้ผลทันที จองได้ 24 ชั่วโมง
-ท่านจะรู้รายการทั้งหมดตามที่ท่านต้องการ และสามารถเปรียบเทียบ สายการบิน ราคา และเวลาเดินทางได้ตามใจชอบ
-ราคาถูกกว่าโทรมาจอง
-ลดขั้นตอนในการซื้อ ตั๋วเครื่องบิน เพียงท่านคลิกเลือกสายการบินและใส่ข้อมูลของตัวท่าน และเลือกวิธีการจ่ายเงินพร้อมวิธีการรับตั๋ว การจองของท่านก็จะเสร็จสมบูรณ์ ได้รับหมายเลขตั๋วทันที ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
-ประหยัดค่าโทรศัพท์ในการโทรมาจอง
-มีหลักฐานยืนยันการจองตั๋วเครื่องบิน มั่นใจได้
-ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้จะทำให้ท่านเป็นบุคคลทันสมัยอย่างแท้จริง

E-ticket คืออะไร ทำไมเราจึงควรใช้ ตั๋วเครื่องบิน E-ticket?
Electronic ticket หรือ ตั๋วเครื่องบิน E-Ticket ขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในสายการบินหลักๆทั่วโลก ท่านสามารถเดินทางโดยไม่จำเป็นต้องใช้ ตั๋วเครื่องบิน ซึ่งออกมาในรูปแบบที่เป็นกระดาษแบบที่เคยเห็น กันอยู่ทั่วไป ท่านจะหมดความกังวลเรื่องการลืม ตั๋วเครื่องบิน หรือการทำ ตั๋วเครื่องบิน สูญหาย ดังนั้น E-Ticket จึงเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางของท่านมากขึ้น ซึ่งข้อมูลใน การ จองตั๋วเครื่องบิน ของท่าน จะถูกบันทึก ไว้ในข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของสายการบินนั้น ๆ ตั้งแต่วันที่ท่าน จองตั๋วเครื่องบิน แบบ E-ticket เป็นที่เรียบร้อย ท่านเพียงแจ้ง ชื่อ – สกุล ของท่านที่เคาท์เตอร์สายการบิน ในวันออกเดินทางเท่านั้น เจ้าหน้าที่ก็สามารถ ตรวจสอบข้อมูล การ จองตั๋วเครื่องบิน ของท่าน พร้อมกับสามารถแจ้งข้อมูล รายละเอียดของ ตั๋วเครื่องบิน ให้ท่านทราบได้ เพียงเท่านี้ท่านจะสามารถเดินทางโดยไม่ต้องใช้ ตั๋วเครื่องบิน ที่เป็นรูปแบบกระดาษอีกต่อไป ซึ่งในการซื้อ ตั๋วเครื่องบิน E-Ticket จะได้รับการยืนยันการซื้อของท่านจาก Thaifly.com โดยการได้รับ E-mail ตอบกลับ ยืนยันการซื้อ รายละเอียดต่าง ๆ ในการซื้อ ตั๋วเครื่องบิน ของท่าน จะถูกแจกแจงอยู่ใน E-mail ยืนยันนั้นด้วย

เราจะเดินทางโดยการใช้ ตั๋วเครื่องบิน E-Ticket อย่างไร?
เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง คือ- พาสปอร์ต การเดินทาง (Passport)- เอกสารที่ได้รับการตอบกลับเพื่อยืนยันการ จองตั๋วเครื่องบิน ทาง E-mail จากเว็บจองตั๋วออนไลน์ และหลังจากที่ท่าน ได้ Check in ณ เคาท์เตอร์สายการบินเรียบร้อยแล้ว ท่านจะได้รับ เอกสารที่เรียกว่า A boarding pass ทางเจ้าหน้าที่สายการบิน จะเป็นผู้ออกเอกสารนี้ให้กับท่าน(เอกสารยืนยันที่นั่ง / สายการบิน / แจกแจงข้อมูลการขึ้น เครื่องบิน /เอกสารประกอบสำหรับ ผ่านด่าน ต.ม.)
ซึ่งเอกสารนี้ (A boarding pass) จะเป็นเอกสารประกอบการเดินทางของท่านในระหว่างการขึ้นเครื่อง การผ่านจุดตรวจหรือการผ่านจุดรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ต้องตรวจสัมภาระ และพร้อมที่ให้ตรวจเอกสาร ให้ผ่านไปยังจุดตรวจรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูทางออกได้เลย สำหรับเอกสารที่ท่าน Print ออกมาจากอีเมล์เพื่อนำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ที่สนามบินจะต้องมีหมายเลข ตั๋วเครื่องบิน และสายการบินรวมอยู่ด้วย หมายเลข ตั๋วเครื่องบิน นั้นจะแสดงอยู่ที่ตารางสายการบิน เช่นเดียวกับ ตั๋วเครื่องบิน ของท่าน และโดยปกติแล้วภายใน 30นาที หลังจากการซื้อของท่านเสร็จสิ้น
เราขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบตารางการสายการบิน Online ของท่าน ภายใน 24 ชั่วโมง และเพื่อความแน่ใจของท่านเองท่านควรจะ Print เอกสารนั้นเก็บไว้ด้วย

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราได้ จองตั๋วเครื่องบิน และได้รับที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว?
เมื่อท่านทำการสั่งซื้อ ตั๋วเครื่องบิน E-Ticket ท่านจะได้รับหมายเลข ตั๋วเครื่องบิน E-Ticket ทางอีเมล์ ซึ่งจะถูกบันทึกไว้ใน กำหนดตารางสายการบินทั้งที่เว็บขายตั๋วออนไลน์ และของทางสายการบินนั้น ๆ ด้วย หมายเลขที่ท่านได้รับนั้น คือการยืนยันว่าท่านได้รับ ตั๋วเครื่องบิน แล้ว หากท่านต้องการดูรายละเอียดการเดินทาง ท่านสามารถ คลิกไปได้ที่ "My Itineraries" Links ท่านจะพบรายละเอียดในการเดินทางทั้งหมดของท่าน พร้อมกับหมายเลขยืนยัน Flight การเดินทางของท่านด้วย ซึ่งแต่ละกำหนดการเดินทางจะถูกบันทึกไว้จนกว่าโปรแกรมนั้นจะสิ้นสุดลง เพื่อความแน่ใจว่าท่านได้รับที่นั่งแล้ว ท่านควรมาถึงสนามบินก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบความพร้อม ซึ่งไม่ว่าท่านจะใช้ ตั๋วเครื่องบิน กระดาษ หรือ ตั๋วเครื่องบิน E-ticket การไป Check -in ที่เคาท์เตอร์ สายการบินก่อนเวลาที่กำหนดไว้ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่าน เราขอแนะนำเพื่อความวางใจของท่านว่า ท่านควรจะพริ้นท์ E-mailยืนยัน Flightการบินของท่าน และนำกระดาษนั้นไปที่สนามบินด้วย

ทำอย่างไรหากต้องการเก็บรายละเอียดการเดินทาง?
หากท่านต้องการเอกสารเพื่อเป็นการยืนยันการซื้อ ตั๋วเครื่องบิน ของท่าน เอกสารที่ท่านได้ Printออกมาจาก E-mail ยืนยันการซื้อของท่าน ซึ่ง เว็บขายตั๋วออนไลน์ ส่งกลับไปยังท่าน ในตารางสายการบินน่าจะเพียงพอ และหากท่านต้องการตารางสายการบิน เพียงคลิกลิงค์แสดงเอกสารตารางสายการบิน (My Itineraries) และPrintตารางสายการบินของท่านออกมาเท่านั้น ภายในจะแจกแจง เปรียบเสมือน ตั๋วเครื่องบิน ที่เป็นรูปแบบกระดาษทั่วไปเลยทีเดียว และในบางทีท่านอาจจำเป็นต้องใช้เอกสารนี้เมื่อท่านไปลงทะเบียนที่เคาท์เตอร์ก่อนการเดินทาง ของท่านด้วย

ข้อมูลจาก http://www.thaifly.com/Home/Hilight/TT/BookingOnline.php
tag:รายชื่อสนามบินAirline สายการบินAirlines สนามบิน สายการบินในประเทศไทย สายการบินต่างประเทศ Airport รวม link สายการบินทั่วโลก รวม link สนามบินท่าอากาศยาน web สนามบิน ท่าอากาศยาน การบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ การขอทำ Visa หลักฐานในการทำวีซ่าIf you like to travel and want to see a detail of airline. Web page is introduce you about list name of Airlines, Airports in Thailand, Airlines foreign, Visa andeverything important for travel.

How to Travel Safely

No matter where you go or where your trip takes you there is and always will be a need for safety tips and rules. So to travel safely while on your city break you should use some if not all of the following tips:Know Your AreaIt doesn't matter if you are in Rome or Greece you need to have a good idea of the town's layout and important features. Some of the important places to know are where you are staying, where the local hospital is, where the police are located and at least one apothecary. Now this may seem hard, but if you have a map and mark them on it then find the center most location you have a start. Once you know what the center of town is find something unique or that will stand out, even a local business will work. Now that you know spot you chose and its local name you will be able to start back there time and time again, and by knowing which important item is in which direction you can get help when needed.Keep Your Valuables Locked UpDo not carry everything with you when you travel and what you do carry ensure it. Once you get to your destination many of the local banks and hotels have safety boxes you can rent and store your personal valuables in. You can also keep most of your belongings in your room as well, only place items that cannot be replaced in the safes.Dress AccordinglyWhile you are out and about notice how others are dressed and try for the same casual look. Not only will you be able to blend in more and make targeting tourist harder but also you can experience the local country so much more.Medical NeedsKeep all medicines with you at all times with extra locked away safely, have a list of instructions incase something does happen and make sure to have a list of phone numbers as well. By caring medicine in its prescribed bottle with you, if something happens the local doctor will already know some about you and how to treat you. Also having at the hotel helps to ensure you have a supply if you need it. When preparing for your trip you need to tell your doctor where you are going and for how long also that you want two bottles for your medicines one to carry and one to store.Being safe and keeping safe while traveling in different countries is no different that when you are traveling to another state. By being prepared and paying attention to what is around you, you will find yourself having a better and healthier time abroad.